วันอังคารที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
เรียนจากพื้นฐาน Learning from scratch
ดัดสำเนียงตามให้ได้ เพราะมันเป็นภาษาอังกฤษ เด็กฝรั่งพูดภาษาอังกฤษสำเนียงไทยไม่ได้ และ ฟังเราไม่รู้เรื่อง เหมือนเวลาฝรั่งพูดภาษาไทย เราก็ฟังไม่รู้เรื่องเหมือนกัน เพราะฉะนั้น สำเนียง (Pronunciation อ่านว่า โปรนันซิเอฉั้น)สำคัญที่สุดในการพูดให้คนต่างชาติเข้าใจ
Rain Rain Go away, come again another day...
8 วิธีอ่านหนังสือสอบได้อย่างเซียน และ Mind Mapping ไม่ต้องท่อง

8 วิธีอ่านหนังสือสอบได้อย่างเซียน
วันพฤหัสบดีที่ 7 May พ.ศ.2552 15:41 น จาก บางกอก ทูเดย์
เมื่อลองย้อนเวลากลับไปในสมัยที่เรียนอยู่ ช่วงเวลาที่น่าเบื่อที่สุดคือ ช่วงเวลาแห่งการท่องตำราสอบ ไม่ว่าจะเรียนอยู่ในระดับไหนก็หลีกเลี่ยงการท่องตำราสอบกันไม่ได้ทั้งนั้น เคยเป็นไหมที่รู้สึกว่า อยากให้มีเวลาเยอะกว่านี้
เพื่อจะได้อ่านหนังสือสอบให้ทัน วันนี้เราจึงรวบรวมเทคนิคการอ่านให้ได้ประสิทธิภาพ ที่คิดว่าพอจะแก้ปัญหาเกี่ยวกับการอ่านมานำเสนอ ดังนี้
1. หัดให้ตัวเองมีวินัยให้ได้ คือ ถ้าเราวางแผนว่าจะอ่านหนังสือให้ได้เท่านี้สำหรับวันนี้ เราก็ต้องทำให้ได้ วิธีฝึกเริ่มแรกให้กำหนดง่ายๆ ก่อนว่า วันนี้เราจะอ่านตำราแค่ 1 บท หรือ 10 หน้า เป็นต้น เอาแค่นี้ให้ได้ ถ้าอ่านจบเร็วก็ไปทำอย่างอื่น พอวันต่อๆ ไปก็ค่อยๆ เพิ่มปริมาณขึ้นตามสมควร แล้วก็ต้องอ่านให้ได้ตามเป้าหมาย เมื่อเราอ่านได้ตามเป้าแล้วในแต่ละครั้งก็อย่าลืมให้รางวัลตัวเองด้วยทุกครั้ง โดยรางวัลก็อาจจะเป็นอะไรง่ายๆ เช่น ได้ดูละครหนึ่งเรื่องตอนกลางคืน เป็นต้น
2. วางแผนการอ่านหนังสือ เมื่อเรามีวินัยและเคารพการวางแผนของตัวเองแล้ว ต่อไปก็ต้อง วางแผนการอ่านหนังสือ การวางแผนที่ดีนั้นสำคัญมาก เพราะทำให้เราเดินไปถูกทิศทาง การวางแผนไม่ถือเป็นการเสียเวลา แต่เป็นการประหยัดเวลาในระยะยาว เพราะไม่ต้องไปเสียเวลาเดินผิดทาง
3. อย่าตะบี้ตะบันอ่านเกินควร อย่าคิดว่าตัวเองเป็น superman คือ สามารถอ่านหนังสือได้เยอะเกินกำลังภายในเวลาอันสั้น อย่าวางตารางการอ่านให้แน่นเกินไป เพราะนอกจากจะทำไม่ได้ตามแผนอยู่แล้ว ยังทำให้ตัวเองเครียดเพราะแผนนั้นโดยไม่จำเป็นด้วย แรกๆ อาจจะกะความสามารถตัวเองยากหน่อย หรือการอ่านตำราภาษาอังกฤษกับภาษาไทยก็ใช้ระยะเวลาการอ่านไม่เท่ากัน ก็ใช้เก็บสถิติจากการอ่านในรอบแรกๆ เช่น การอ่านภาษาอังกฤษ 1 หน้า เราใช้เวลา 10 นาที เราก็จะประมาณถูกว่าต้องใช้เวลาเท่าไรจึงจะอ่านจบบทหรือจบวิชา เป็นต้น
4. หาที่อ่านที่สงบเงียบและนั่งสบาย ส่วนบรรยากาศก็แล้วแต่คนชอบ บางคนชอบอ่านที่บ้าน ในห้องสมุด ในสวนมีต้นไม้เขียวๆ หรือในร้านกาแฟ หรือบางทีเราก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ แต่ควรไม่อยู่ใกล้ทีวี หรือสิ่งต่างๆ ที่ทำให้เราเสียสมาธิ เพราะทำให้เราเสียเวลาในการอ่าน และทำให้จำได้ไม่ดีด้วย แต่ก็ทราบมาว่าบางคนจะชอบให้มีเสียงเพลงหรือเสียงอื่นๆ เวลาอ่านหนังสือด้วย อันนี้ก็แล้วแต่ความชอบ
5. อย่าให้สิ่งใดมารบกวนการอ่าน เวลาอ่านหนังสือ เราควรกำหนดว่า เวลานี้เราจะตั้งใจ และไม่ปล่อยให้อะไรมาขัดโดยไม่จำเป็น เช่น อาจจะปิดเสียงโทรศัพท์มือถือ เป็นต้น คนอื่นก็จะไม่มารบกวนโดยไม่จำเป็น การได้ทำงานหรืออ่านหนังสือเป็นช่วงเวลาติดต่อกันอย่างนี้มีประสิทธิภาพกว่าการอ่านที่ถูกหยุดด้วยสิ่งต่างๆ
6. พักผ่อนสมองบ้าง เมื่ออ่านหนังสือไปนานๆ เราก็จะเริ่มล้า ทั้งสมองที่ต้องคิด ทั้งร่างกายที่ไม่ได้ขยับ ทั้งสายตาที่ต้องจ้องอยู่นาน เราก็ควรกำหนดเวลาพัก อันนี้ก็แล้วแต่คนชอบ อาจจะพักอ่านหนังสือทุกๆ ชั่วโมงหรือ 2 ชั่วโมง โดยออกไปเดินยืดเส้นยืดสาย ดื่มน้ำ ทานขนม หรือไปมองต้นไม้เขียวๆ เวลาพักก็ต้องกำหนดด้วยว่า 5 นาที หรือ 15 นาที เป็นต้น
7. ชอบขีดเส้นหรือเน้นข้อความที่สำคัญในหนังสือโดยไม่หวงหนังสือ ว่าจะดูเลอะเทอะเลย เพราะชอบเวลากลับมาอ่านทวน เราก็จะรู้ว่าจุดไหนเป็นข้อมูลสำคัญ เรายังสามารถใช้ทบทวนก่อนสอบได้ด้วย สำหรับคนที่ชอบหนังสือใหม่ๆ เกลี้ยงๆ ก็อาจจะต้องหาสมุดกับปากกามาจดสิ่งที่สำคัญจากหนังสือนั้นๆ เพื่อการอ่านทบทวนได้
8. พยายามจัดเวลาอ่านหนังสือในช่วงเวลาที่เราตื่นตัวที่สุด อันนี้แตกต่างกันไป บางคนจะจำได้ดีถ้าอ่านตอนเช้า บางคนเป็นตอนเย็น ก็ต้องสังเกตตัวเองดู ถ้าทราบแล้วอาจจะกำหนดเป็นเวลาประจำทุกวัน เช่น ทุกวันเวลา 2 ทุ่ม - 5 ทุ่ม เราต้องอ่านตำราทบทวนที่เรียนมา เป็นต้น
อย่าลืมทบทวนตำราเรียนทุกวันนะคะ แล้วเอาเทคนิคทั้ง 8 ไปใช้ดู เผื่อประสิทธิภาพในการอ่านจะทำให้เกรดภาคเรียนต่อ
อ่านทวนบทเรียน ทำ Mind Mapping โดยยึดหลัก What Why When Where Who How ก็จะคลุมใจความทั้งหมด ไม่ต้องท่อง และ จะเป็นพื้นฐานในการทำวิจัยในอนาคตสอบไม่ต้องอ่านหนังสือหามรุ่งหามค่ำ แถมได้ เกรด A แค่ทำ Mind Mapping
จากพี่ปอ Dek-D Education และ www.learners.in.th/blog/sriphare
น้องๆ คงเคยได้ยินได้ฟังเคล็ดลับการเรียน เคล็ดลับการทำข้อสอบ ให้ได้ A กันมามากมาย หลายเคล็ดลับ หลายกระบวนท่า เคล็ดลับนี้ก็เป็น 1 ในสุดยอดเคล็ดลับที่พี่ปอ แห่งสำนัก dek-d ภูมิใจนำเสนอ ซึ่งเป็นวิธีง่ายๆ ที่เราทุกคนนั้นน่าจะเคยเรียนรู้มาแล้วสมัยเด็กๆ นั่นคือ การทำ Mind Mapping
Mind Mapping แผนที่ความคิด (Mind Mapping or Concept Mapping) เป็น การจดบันทึกแก่นของไอเดียและความคิดใหม่ๆ รวมไปถึงการเชื่อมโยงไอเดียหรือความคิดต่างๆเข้าด้วยกัน เริ่มต้นด้วยการตั้งไอเดียหลักขึ้นมาที่กลางหน้ากระดาษ(แนวนอน-landscape)ก่อน แล้วบันทึกไอเดียต่างๆกระจายออกเป็นกิ่งๆ รายรอบออกจากศูนย์กลางของไอเดียหลักที่กลางหน้ากระดาษนั้น
แล้ว Mind Mapping เนี่ย มีประโยชน์ต่อการอ่านหนังสือสอบและการเรียนอย่างไรกัน ?
อย่างที่กล่าวไปแล้วว่า Mind Map หรือ แผนที่ความคิดนั้น เป็นการจดบันทึก สิ่งต่างๆที่เราได้เรียน ได้รู้มา โดยจะจดไอเดียหลักๆ ลงไป ทำให้เราได้เห็นถึง ความคิดรวบยอด และได้เข้าใจถึงหลักการ ของบทเรียนนั้นๆมากขึ้น ที่สำคัญ ยังทำให้เราทบทวนเรื่องราวต่างๆที่เรียนมาได้ง่ายด้วย เพราะเราจด แต่สิ่งหลักๆลงไป ทำให้ไม่ต้องอ่านเยอะ น้องๆหลายคนอาจจะคิดว่า มันก็คล้ายๆกับ การโน้ตย่อ แต่จริงๆแล้วมันไม่ใช่ครับ มันมีดีกว่าตรงที่ เราได้สรุป ส่วนหลักๆที่เราได้รู้มา แล้วเขียนลงไป มันจะทำให้เราได้คิด และเข้าใจมากขึ้นด้วย ไม่เชื่อลองทำดูเลย พี่ปอท้าพิสูจน์ อิอิ !!!
หลักการง่ายๆในการทำ Mind Mapping
- โฟกัส ลงไปที่ไอเดียต่างๆที่เป็นกุญแจสำคัญ โดยการจดลงไปที่กลางหน้ากระดาษด้วยคำพูดของเราเอง
- ต่อจากนั้นก็ขยายกิ่งก้านสาขาออกไปโดยแต่ละกิ่งก็มีไอเดียของกิ่งนั้น หลังจากที่ได้ทำเช่นนี้ไปจนมากพอแล้วในขั้นต้น
- จากนั้นก็ตรวจตราดูไอเดียต่างๆที่สัมพันธ์กัน เพื่อเชื่อมโยงไอเดียของแต่ละกิ่งที่เกี่ยวข้องกันเข้าหากัน. การกระทำเช่นนี้ เรากำลังวาดแผนที่ความรู้(ความคิด, ไอเดีย) ในลักษณะที่จะช่วยให้เราเข้าใจและโยงประเด็นสำคัญ รวมถึงจดจำข้อมูลใหม่ๆได้
นอกจากนี้ ในการทำ Mind Map ทุกครั้ง ควร ใช้หลักที่ว่า เขียนแต่คำที่เป็น keyword หรือคำหลักลงไป ที่มาจากการสรุปรวบยอดความคิดของเรา
วันจันทร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
Puff, the Magic Dragon พัฟ มังกรแสนกล
พัฟ มังกรแสนกล อาศัยในแดนที่เรียกชื่อว่า ฮานาลี มีเพื่อนรักชื่อ แจ๊คกี้ แป๊บเปอร์ น้อย ที่ชอบมาเล่นด้วยกันอยู่เสมอ - ทุกวันทั้งสองล่องเรือเล่น แม้แต่พระราชา เจ้าชาย โจรสลัด ต่างก็ต้องคำนับเมื่อพัฟเอ่ยชื่อตัวเขาออกมา (ผู้เขียน หมายถึงความร่าเริง มีจิตนาการ ศึกษาสิ่งใหม่ๆ พบสิ่งใหม่ๆ กล้าหาญ ดูกาตูนร์ ข้างล่าง 3 ตอน จะเห็น Jackie แรก ๆ ไม่พูด แต่พบเพื่อนดี สนุกสนาน เสริมความกล้าทั้งผจญภัย และ ท่องเที่ยว พอตอนโตมากลับลืมเพื่อน เนื่องมีอะไรทั้งดี และ ไม่ดี รวมทั้งเพื่อนใหม่เข้ามาในชีวิต เพราะฉะนั้น เก็บสิ่งดีๆไว้ และ เติมสิ่งดีๆ ใหม่ๆ อีก ชีวิตจะสดใสซาบซ่า รวย จน ไม่สำคัญ ขอให้มีชีวิตที่ดี ทั้งต่อตัวเอง คนรอบข้าง และ สังคม)
มังกรน่ะอยู่ตลอดกาล แต่ไม่ใช่เด็กน้อย เมื่อถึงวันหนึ่ง เจ้าหนูแจ๊คกี้ แป๊บเปอร์ ไม่ได้มาอีกต่อไป เจ้ามังกรก็เริ่มหวั่นไหว - หัวของเจ้าพัฟเริ่มก้มลง สีสรรไม่สวยงามเช่นเคย เมื่อไม่มีเพื่อนรักมาเล่น เจ้ามังกรพัฟก็หมดความกล้าหาญ และหลบซ่อนอยู่ในถ้ำตลอดไป
มีอีกความแฝง ซึ่งตีความหมายในแง่ร้าย ซี่งอาจจะเป็นจริง แต่อาจจะขาดจิตนาการของเด็กๆ ก็ได้น่ะ
ในสมัยตอนที่เพลงนี้ดังใหม่ๆ เด็กในอเมริกาดูดกัญชากันใหญ่เลย(สมัยนั้นฮิปปี้ครองเมือง) ทั้งเพลงนี้ยังโดนแบนในสิงคโปร์และฮ่องกงเนื่องจากเขาคิดว่ามีข้อความเกี่ยวกับยาเสพติดอยู่ในเพลง เพราะดันมีคนเอาเพลงมาตีความว่า Puff เป็นเสียงสูบยา ส่วนโฮนา ลีเป็นชื่อพ้องกับชื่อของฮานาไล ในฮาวายที่ปลูกกัญชากันมาก
เป็นการตีความหมายเพลงได้แย่มากเลยครับ เนื่องจากข้อมูลเรื่องกัญชาที่อยู่ในเพลงมีน้อยมาก สาระสำคัญจึงไม่ควรจะเป็นกัญชาอย่างแน่นอน และที่สำคัญ ผู้แต่งออกมาบอกเองว่าไม่เกี่ยวเลย
ความจริงแล้วเพลงนี้คนที่แต่งเนื้อเพลงไม่ใช่ปีเตอร์ พอล แมรี่ แต่เป็นนายคนนี้ครับ เลโอนาร์ด ลิปตัน(Leonard Lipton) แต่งเป็นกลอนก่อน หลังจากนั้นปีเตอร์ ยาโรว(Peter Yarrow) จึงนำไปแปลงเป็นเนื้อเพลงอีกทีหนึ่ง โดยที่ได้รับอิทธิพลมาจากกลอน Custard the Dragon ของโอ๊กเดน นาช(Ogden Nash)
ลิปตันพยายามจะให้เจ้ามังกรพัฟเป็นตัวแทนของความเป็นเด็ก กล่าวคือแจ๊คกี้ เปเปอร์ไปเล่นกับพัฟทุกๆวันเมื่อตอนที่เขาเป็นเด็ก แต่เมื่อโตขึ้น jackie paper came no more แจ๊คกี้ไม่มาเล่นกับเขาอีกแล้ว มังกรในที่นี้แทนถึง"แฟนตาซี"ในความคิดของเด็ก ที่เมื่อโตขึ้นสิ่งเหล่านั้นก็ไม่ได้รับความสำคัญอีกต่อไป แจ๊คกี้เป็นตัวแทนของเด็กที่สูญเสียจินตนาการ คนแต่งหมายความอย่างนั้น แต่คนทั่วไปดันไปตีความว่าเป็นกัญชาซะฉิบ!
Puff, the magic dragon lived by the sea
And frolicked in the autumn mist in a land called honah lee,
Little jackie paper loved that rascal puff,
And brought him strings and sealing wax and other fancy stuff.
*oh Puff, the magic dragon lived by the sea
And frolicked in the autumn mist in a land called honah lee*
Together they would travel on a boat with billowed sail
Jackie kept a lookout perched on puff’s gigantic tail,
Noble kings and princes would bow whene’er they came,
Pirate ships would lower their flag when puff roared out his name.
*
A dragon lives forever but not so little boys
Painted wings and giant rings make way for other toys.
One grey night it happened, jackie paper came no more
And puff that mighty dragon, he ceased his fearless roar.
His head was bent in sorrow, green scales fell like rain,
Puff no longer went to play along the cherry lane.
Without his life-long friend, puff could not be brave,
So puff that mighty dragon sadly slipped into his cave. *
เวลา
ช่วงเวลาที่เพลงนี้ปรากฏต่อสาธารณชนเป็นช่วงที่สหรัฐอเมริกากำลังจะรุกเวียดนามอย่างเต็มรูปแบบ ความตั้งใจของการแต่งเพลงมิได้เพื่อพูดถึงสงครามเวียดนาม แต่เพลงนี้กับสงครามก็ยังมีความลงตัวกันอย่างประหลาด
มังกร
ความเป็นมังกรของพัฟสื่อได้สองอย่าง อย่างแรกคือพัฟเป็นตัวแทนของ"ความเป็นตะวันออก"ของเวียดนาม มังกรพัฟ lived by the sea นั่นหมายถึงแผ่นดินเวียดนามนี้อยู่ติดทะเล ส่วนอย่างหลังคือ เฮลิคอปเตอร์ที่ใช้ในสงครามเวียดนาม(ซึ่งจีไอตั้งชื่อเล่นให้มันว่าพัฟซะด้วย!) ชื่อเล่นของสงครามเวียดนามอย่างหนึ่งคือ Helicopter War เนื่องจากสหรัฐใช้และเสียเฮลิคอปเตอร์จากการนี้ไปเป็นจำนวนมาก
เด็กชาย
เป็นตัวแทนของสหรัฐอเมริกาที่ไปรุกรานประเทศอื่น เหมือนกับเด็กที่ไม่ยอมโต(เพราะประเทศทางยุโรปหยุดทำอย่างนี้ไปแล้ว) แจ๊คกี้ brought him strings and sealing wax and other fancy stuff ในที่นี้ sealing wax คงจะเป็น ระเบิดนาปาล์มที่ใช่ในเวียดนาม other fancy stuff นั้นแจ๊คกี้นำอาวุธไปให้เวียดนามใต้(ซึ่งเป็นฝ่ายอเมริกา) เพราะอย่าลืมมังกรตีความได้ถึงเวียดนามได้เช่นกัน
พระราชา
ท่อนหนึ่งของเพลงร้องว่า Noble kings and princes would bow whenever they came พระราชากับเจ้าชายที่หมายถึงนี้คือผู้นำของประเทศต่างๆที่ต้องโค้งคารวะให้สหรัฐ เมื่อสหรัฐเดินทางมาทำสงครามกับคอมมิวนิสต์ ท่อนนี้อาจสื่อถึงประเทศหลายประเทศในภูมิภาคนี้ที่หลายประเทศในเวลานั้น ยังมีกษัตริย์อยู่
โจรสลัด
Pirate ships would lower their flag when puff roared out his name ในสมัยนั้น(รวมถึงสมัยนี้) โจรสลัดก็ยังชุกชุมอยู่แถบนี้ครับ แต่ทว่าเมื่อเจออเมริกาเข้าไป โจรสลัดพวกนี้ก็หงอยหยองกรอด เพราะสู้ไม่ได้อยู่แล้วกับทหารอาวุธครบมือ
ชีวิต
A dragon lives forever but not so little boys เฮลิคอปเตอร์อยู่ตลอดกาล(เพราะไม่มีชีวิต) แต่เด็กชายจะไม่สามารถอยู่ได้ตลอดกาลเช่นมังกร ตอนสุดท้ายอเมริกาแพ้สงคราม เด็กชายในที่นี้จะหมายความลึกลงไปอีกถึงจีไอที่ตายทุกวัน ออกทีวีที่แผ่นดินแม่ทุกวัน
เชอร์รี่เลน
เชอร์รี่มีสีแดง คอมมิวนิสต์ก็สีแดง Puff no longer went to play along the cherry lane เจ้ามังกรไม่ได้เข้าไปอยู่ในดงคอมมิวนิสต์อีกแล้ว เพราะว่า แจ๊คกี้ไม่อยู่แล้ว Without his life-long friend, puff could not be brave อเมริกาไม่อยู่ เวียดนามใต้ก็ไม่สู้เหมือนกัน
เพลงนี้ออกมาปี 1963 สงครามเวียดนามเริ่มปี 1959 จบปี 1975 ครับ
จาก http://diewelt.exteen.com/
Peter, Pual and Mary, Puff the Magic Dragon with Lyrics
344">
Puff the Magic Dragon, Part 1/3
Puff the Magic Dragon, Part 2/3
Puff the Magic Dragon, Part 3/3
วันพฤหัสบดีที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2553
สมัคร ม.1 ดารา่

เอกสารที่เตรียม
1. จดหมายถึงผู้อำนวยการ
2. สำเนาเอกสารของนักเรียน
- สมุดพก
- สูติบัตร
- ทะเบียนบ้าน
3. สำเนาทะเบียนบ้านของผู้ปกครอง
4. หนังสือรับรองจากโรงเรียนเดิม
1 และ 3 พ่อจัดการได้
ค่าเรียนเฉพาะแรกเข้า ประมาณ 9,200 บาท ต่อ เทอม
เทอมต่อไป ประมาณ 7,200-7,500 บาท ต่อเทอม
ถ้าเรียนภาษาอังกฤษจากครูเจ้าของภาษา ต้องจ้ายเพิ่ม 10,000 บาท ต่อเทอม ดูร่ายละเอียดที่แนบมานี้
ม.1 ดารา สอบ และ มอบตัวหมดแล้ว ต้องรีบยื่นเพื่อขอสมัครเพิ่ม


ประกาศรับสมัครนักเรียนเพื่อเข้าศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 มัธยมศึกษาปีที่ 1
และมัธยมศึกษาปีที่ 4 ปีการศึกษา 2553 (รอบ 2)
โรงเรียนช่องฟ้าซินเซิงวาณิชบำรุง อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่
1. การจำหน่ายใบสมัคร
จำหน่ายใบสมัครระหว่างวันที่ 8 – 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 (ไม่เว้นวันหยุดราชการ )
ณ ห้องประชาสัมพันธ์ ชั้น 1 อาคารอำนวยการ เวลา 08.30 – 15.00 น.
2. การรับสมัคร
กำหนดการยื่นใบสมัครระหว่างวันที่ 22 – 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 ณ ห้องทะเบียน – วัดผล
ชั้น 2 อาคารอำนวยการ (ตามวันเวลาที่ใบสมัครกำหนด)
3. คุณสมบัติของผู้สมัคร
อายุตามเกณฑ์ที่กำหนด
มีความพร้อมทางด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม สติปัญญา
กำลังศึกษา / จบการศึกษาในระดับชั้นอนุบาล 3 ประถมศึกษาปีที่ 6 และมัธยมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2552
4. เอกสารประกอบการสมัคร
ใบสมัคร
บัตรประจำตัวสอบ
รูปถ่าย ขนาด 3 4 เซนติเมตร จำนวน 4 ใบ
หลักฐานจากโรงเรียนเดิม ( ใบรับรองการเป็นนักเรียน )
สำเนาสูติบัตร ขนาด A 4 จำนวน 1 ชุด
สำเนาทะเบียนบ้านของ นักเรียน บิดา และมารดา ขนาด A 4 จำนวน 1 ชุด
5. วันประกาศรายชื่อนักเรียนที่รับประเมินความพร้อม
วันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 เวลา 15.00 น.
6. วันประเมินความพร้อม
วันที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
ระดับประถมศึกษาปีที่ 1
เวลา วิชาที่สอบ
09.00 – 10.00 น. คณิตศาสตร์
10.00 – 11.00 น. ภาษาไทย
Created with Print2PDF. To remove this line, buy a license at: http://www.software602.com/
ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1
เวลา วิชาที่สอบ
08.00 – 09.00 น. ภาษาไทย
09.00 – 10.00 น. วิทยาศาสตร์
10.00 – 11.00 น. คณิตศาสตร์
11.00 – 12.00 น. ภาษาอังกฤษ
13.00 – 14.00 น. ภาษาจีน
ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 4
7. วันสอบสัมภาษณ์
วันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 ( ตามเวลาที่กำหนดไว้ในการประกาศผลสอบคัดเลือก )
8. วันประกาศรายชื่อนักเรียนที่มีสิทธิ์เข้าเรียน
วันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2553 เวลา 15.00 น.
9. วันรายงานตัวนักเรียน และชำระค่าธรรมเนียมการศึกษา
วันที่ 4 - 5 มีนาคม พ.ศ. 2553 เวลา 09.00 – 15.00 น.
ช่วงเช้า เวลา 09.00 – 11.30 น. ช่วงบ่าย เวลา 13.00 – 15.30 น.
สิ่งที่ต้องนำมาในวันรายงานตัว
o สำเนาระเบียนแสดงผลการเรียน ( ปพ. 1 )
o สำเนาทะเบียนบ้านของ นักเรียน บิดา และมารดา อย่างละ 1 ฉบับ
o สำเนาสูติบัตร จำนวน 1 ฉบับ
o รูปถ่ายขนาด 3 4 เซนติเมตร จำนวน 1 ใบ
o ค่าธรรมเนียมการศึกษา
10. วันซื้อหนังสือเรียน และชุดพละ
วันที่ 19 – 23 เมษายน พ.ศ. 2553 เวลา 09.00 – 15.00 น.
หมายเหตุ ถ้าไม่มาตรงตามกำหนดการ จะถือว่าสละสิทธิ์ในการสมัครเข้าเรียนต่อไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งสิ้น
และให้นำเอกสารมาให้ครบตามกำหนดการรับสมัคร
เวลา วิชาสอบ
08.00 – 09.00 น. คณิตศาสตร์
09.00 – 10.00 น. ภาษาไทย
10.00 – 11.00 น. วิทยาศาสตร์
11.00 – 12.00 น. สังคมศึกษา
13.00 – 14.00 น. ภาษาอังกฤษ
14.00 – 15.00 น. ภาษาจีน
Created with Print2PDF. To remove this line, buy a license at: http://www.softw
วันพุธที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2553
American Accent - R sound
ปริญญาโท มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
ระดับปริญญาโท | ||
หลักสูตรนิเทศศาสตรมหาบัณฑิต | ||
(Master of Communication Arts Program) | ||
| ชื่อปริญญา | ||
| ชื่อเต็ม | นิเทศศาสตรมหาบัณฑิต | |
| อักษรย่อ | นศ.ม. | |
| ชื่อเต็มภาษาอังกฤษ | Master of Communication Arts | |
| อักษรย่อภาษาอังกฤษ | M. Com. Arts | |
| |||||||||||||||||||||||||||
หลักสูตรนิเทศศาสตรมหาบัณฑิต (แผน ข)
15701 ปรัชญานิเทศศาสตร์และทฤษฎีการสื่อสาร Philosophy of Communication Arts and Communication Theory ปรัชญาและแนวคิดนิเทศศาสตร์ ทฤษฎีการสื่อสารในมุมมองของศาสตร์ต่างๆ พัฒนาการทฤษฎี ทฤษฎีการสื่อสารประเภทต่างๆ การประยุกต์ใช้ทฤษฎีการสื่อสาร การสื่อสารกับกระบวนการประชาสังคม แนวทางการศึกษาการสื่อสารตามพัฒนาการของการสื่อสาร กระบวนการ องค์ประกอบของการสื่อสาร บริบททางสังคมและการสื่อสาร ผลการสื่อสาร ผลกระทบและอิทธิพลของการสื่อสาร จริยธรรม การสื่อสาร การวิเคราะห์ วิพากษ์ ประเด็นปัญหา สถานการณ์และกรณีศึกษาการสื่อสารในสังคม
15702 การวิจัยและสถิติประยุกต์ทางนิเทศศาสตร์ Research and Applied Statistics in Communication Arts การแสวงหาความรู้และการสร้างองค์ความรู้ แนวคิดการวิจัย ประเภท กระบวนการวิจัย การออกแบบการวิจัย การดาเนินการวิจัย สถิติประยุกต์ในการวิจัยนิเทศศาสตร์ แนวคิด ประเภท การเลือกใช้สถิติ การประมวลผลและการแปรผล การเขียนรายงานและการเผยแพร่งานวิจัย จริยธรรมในการวิจัย การนาผลการวิจัยไปใช้ในงานนิเทศศาสตร์
15703 เทคโนโลยีการจัดการการสื่อสาร Technology for Communication Management ทฤษฎี แนวคิดเกี่ยวกับเทคโนโลยีการจัดการ กรอบแนวคิดการบริหารการจัดการที่ดี ทฤษฎีเกี่ยวกับการจัดการองค์การด้านต่างๆ องค์การสื่อสาร บุคลากรการสื่อสาร การกาหนดนโยบายและการวางแผนปฏิบัติการสื่อสาร การควบคุมการอานวยการ การผลิตสาร การผลิตสื่อ และกิจกรรม งบประมาณเทคโนโลยีสารสนเทศ การติดตามและการประเมินผลประสิทธิภาพของแผนและการดาเนินงาน การวางแผนการสื่อสาร เพื่อการพัฒนาด้านต่างๆ การสื่อสารเพื่อโน้มน้าวใจ เครื่องมือการสื่อสารและการเลือกใช้ กลยุทธ์การสื่อสารรูปแบบต่างๆ การประยุกต์การสื่อสาร ไปใช้ในด้านต่างๆ
16701 นิเทศศาสตร์ศึกษา Communication Studies ศึกษาวิเคราะห์ สังเคราะห์ประเด็นความรู้ทางนิเทศศาสตร์ในเชิงแนวคิดทฤษฎี การสร้างกรอบความคิด การศึกษาทางวิชาการ การสร้างความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
16702 สัมมนานิเทศศาสตร์ Seminar on Communication Arts หลักและกระบวนการวิเคราะห์ สังเคราะห์และวิพากษ์ปรากฏการณ์ในสังคมที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสารทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับประเทศ และระดับโลกทางการสื่อสาร และประยุกต์ใช้กับงาน และสังคมระดับต่างๆ การระดมความคิดเพื่อหาข้อสรุปไปสู่การเรียนรู้ การแลกเปลี่ยนทักษะ ประสบการณ์กับบุคลากรและองค์การที่เกี่ยวข้องเพื่อการเรียนรู้และสร้างจิตสานึกด้านจริยธรรม
16703 บูรณาการวิชาชีพนิเทศศาสตร์ Work Integrated Learning in Communication Arts ทักษะการวางแผน การดาเนินการ การเรียนรู้ในการปฏิบัติงานจริง การติดตามและควบคุมงาน การรายงานผลในงานวิชาชีพ นิเทศศาสตร์ โดยมีการปฏิบัติงาน การสอนงาน การนิเทศงานและประเมินผลงานอย่างเป็นระบบ
16704 การประยุกต์นิเทศศาสตร์เพื่อการพัฒนา Application of Communication Arts for Development การศึกษาสถานการณ์ทางสังคม ประเด็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับงานนิเทศศาสตร์ โดยนาองค์ความรู้ ทฤษฎี แนวคิด และหลักการ มาประยุกต์ใช้ วิเคราะห์ สังเคราะห์และนาเสนอผลการศึกษา เพื่อพัฒนาและสร้างความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านในเชิงการแสวงหาความรู้และการนาไปประยุกต์ใช้ในงานด้านต่างๆ
16797 การศึกษาค้นคว้าอิสระ Independent Study การเลือกประเด็น/หัวข้อปัญหาทางนิเทศศาสตร์ การศึกษาหรือวิจัยปัญหา การเขียนโครงการการเสนอโครงการ การวิเคราะห์ วรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง การเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล การเสนอรายงานผลการศึกษาหรือวิจัย
16798 วิทยานิพนธ์ (Thesis) วิทยานิพนธ์ 1 (Thesis I) กระบวนการทาวิทยานิพนธ์ โครงสร้างและรูปแบบวิทยานิพนธ์ การเลือกหัวข้อวิทยานิพนธ์ การออกแบบการวิจัย การเขียนข้อเสนอ โครงการวิทยานิพนธ์ การทบทวนและวิเคราะห์วรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง และการพัฒนาเครื่องมือเพื่อการวิจัยทางนิเทศศาสตร์ ตลอดจนรูปแบบการนาเสนอผลการวิจัยหรือวิทยานิพนธ์ วิทยานิพนธ์ 2 (Thesis II) การพัฒนาเครื่องมือการวิจัย การเก็บรวบรวม การวิเคราะห์ และนาเสนอข้อมูลการวิจัยสาหรับวิทยานิพนธ์ วิทยานิพนธ์ 3 (Thesis III) กระบวนการเขียนรายงานการวิจัยตามโครงสร้างและรูปแบบรายงานการวิจัยสาหรับวิทยานิพนธ์ การนาเสนอผลการวิจัยต่ออาจารย์ ผู้ควบคุมวิทยานิพนธ์และคณะกรรมการสอบวิทยานิพนธ์ การปรับปรุงแก้ไขวิทยานิพนธ์ภายหลังการสอบวิทยานิพนธ์ การเผยแพร่วิทยานิพนธ์
16799 การอบรมเข้มเสริมประสบการณ์มหาบัณฑิตนิเทศศาสตร์ Graduate Professional Experience in Communication Arts กระบวนการคิด การบริหารการแก้ปัญหาและการตัดสินใจ บุคลิกภาพ คุณธรรม จริยธรรมของผู้นาด้านนิเทศศาสตร์ การนาเสนอ งานนิเทศศาสตร์ การประยุกต์ใช้ความรู้ทางวิชาชีพนิเทศศาสตร์ในการทางาน สังคมและประเทศ
ปีที่ 1 ภาคที่ 1
15701 ปรัชญานิเทศศาสตร์และทฤษฎีการสื่อสาร
16701 นิเทศศาสตร์ศึกษา
ปีที่ 1 ภาคที่ 2
15702 การวิจัยและสถิติประยุกต์ทางนิเทศศาสตร์
15703 เทคโนโลยีการจัดการการสื่อสาร
ปีที่ 2 ภาคที่ 1
16702 สัมมนานิเทศศาสตร์
16798 วิทยานิพนธ์ 1
ปีที่ 2 ภาคที่ 2
16798 วิทยานิพนธ์ 2
16798 วิทยานิพนธ์ 3
16799 การอบรมเข้มเสริมประสบการณ์มหาบัณฑิตนิเทศศาสตร์
มหาวิทยาลัยฯ เปิดรับสมัครผู้สนใจเข้ารับการคัดเลือกเป็นนักศึกษาในหลักสูตรระดับปริญญาโท ดังนี้
- แผน ก วิทยานิพนธ์
- แผน ข การศึกษาค้นคว้าอิสระ
| 1. สาขาวิชาศิลปศาสตร์ (แจ้งเปิดรับเพิ่มเติม) ** |
| – หลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต เปิดรับ แผน ก (หลักสูตรปรับปรุงใหม่) |
| 2. สาขาวิชานิเทศศาสตร์ |
| – หลักสูตรนิเทศศาสตรมหาบัณฑิต เปิดรับ แผน ก และ ข (หลักสูตรปรับปรุงใหม่) |
| 3. สาขาวิชาศึกษาศาสตร์ |
| ปริญญาโท |
| – หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต (หลักสูตรและการสอน) เปิดรับ แผน ก เฉพาะวิชาเอกปฐมวัยศึกษาและมัธยมศึกษา(ภาษาไทย คณิตศาสตร์ สังคมศึกษา วิทยาศาสตร์ * ทั้งนี้ บุคลากรทางด้านประถมศึกษา และมัธยมศึกษา สามารถสมัครเข้าศึกษาได้) (หลักสูตรปรับปรุงใหม่) |
| – หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต (เทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา) เปิดรับ แผน ก และ ข (หลักสูตรปรับปรุงใหม่) |
| ประกาศนียบัตรบัณฑิต |
| – หลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตทางการบริหารการศึกษา (หลักสูตรปรับปรุงใหม่) |
| – หลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตแขนงวิชาหลักสูตรและการสอน |
| 4. สาขาวิชาวิทยาการจัดการ |
| – หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต เปิดรับ แผน ก และ ข (หลักสูตรปรับปรุงใหม่) |
| – หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต เปิดรับ แผน ก และ ข (หลักสูตรปรับปรุงใหม่) |
| – หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต (การตลาด) เปิดรับ แผน ก และ ข (หลักสูตรใหม่) |
| 5. สาขาวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพ |
| – หลักสูตรสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต วิชาเอกบริหารสาธารณสุข และวิชาเอกบริหารโรงพยาบาล แผน ก (หลักสูตรปรับปรุงใหม่) |
| – หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (การจัดการสิ่งแวดล้อมอุตสาหกรรม) แผน ก (หลักสูตรปรับปรุงใหม่) |
| 6. สาขาวิชาพยาบาลศาสตร์ |
| – หลักสูตรพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต (การบริหารการพยาบาล) แผน ก และ ข (หลักสูตรปรับปรุงใหม่) |
| 7. สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ |
| – หลักสูตรเศรษฐศาสตรมหาบัณฑิต วิชาเอกเศรษฐศาสตร์ และวิชาเอกเศรษฐศาสตร์ธุรกิจ เปิดรับ แผน ก และ ข (หลักสูตรปรับปรุงใหม่) |
| 8. สาขาวิชามนุษยนิเวศศาสตร์ (แจ้งเปิดรับเพิ่มเติม) ** |
| – หลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต (การพัฒนาครอบครัวและสังคม) แผน ก และ ข (หลักสูตรปรับปรุงใหม่) |
| 9. สาขาวิชาส่งเสริมการเกษตรและสหกรณ์ |
| – หลักสูตรเกษตรศาสตรมหาบัณฑิต (ส่งเสริมและพัฒนาการเกษตร) แผน ก และ ข (หลักสูตรปรับปรุงใหม่) |
| – หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต (สหกรณ์) แผน ก และ ข |
| – หลักสูตรเกษตรศาสตรมหาบัณฑิต (การจัดการการเกษตร) เปิดรับ แผน ก และ ข |
| คุณสมบัติของผู้สมัคร |
ผู้มีสิทธิสมัครเข้ารับการคัดเลือกเป็นนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาของมหาวิทยาลัย จะต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
1. คุณสมบัติทั่วไป
| 1.1 เป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่า จากมหาวิทยาลัยหรือ สถาบันอุดมศึกษาที่ทบวงมหาวิทยาลัย หรือสภามหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชรับรอง |
| 1.2 ต้องไม่เป็นโรคที่เป็นอุปสรรคต่อการศึกษา |
| 1.3 ต้องไม่เคยถูกให้ออกจากมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษา เนื่องจากความประพฤติเสื่อมเสีย |
2. คุณสมบัติเฉพาะ
| ระเบียบการสมัครฯ |
ผู้สนใจที่ต้องการสมัครเพื่อรับการคัดเลือก เข้าศึกษาในระดับบัณฑิตศึกษา ของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช สามารถเลือกช่องทางการซื้อหรือ download ได้ดังนี้
| ซื้อทางไปรษณีย์ |
1. ซื้อธนาณัติสั่งจ่ายปลายทางชื่อและที่อยู่ผู้รับเงินเป็น "มสธ." โดยระบุจำนวนเงินในธนาณัติเป็นเงินจำนวน 200 บาท |
| ฝ่ายทะเบียนและวัดผลบัณฑิตศึกษา สำนักบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ตู้ ป.ณ. 55 ที่ทำการไปรษณีย์โทรเลขหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210 (ซื้อระเบียบการสมัครฯ ระดับบัณฑิตศึกษา) |
| ซื้อด้วยตนเอง |
1. มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี วันจันทร์-เสาร์ เวลา 09.00-16.00 น. |
คำแนะนำการสมัครเข้ารับการคัดเลือกเป็นนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา มสธ. ปีการศึกษา 2553 |
| ขั้นตอนการ Download ใบสมัครระดับบัณฑิตศึกษา วิธีการกรอกใบสมัคร การชำระค่าธรรมเนียมการสมัคร และการจัดส่งใบสมัคร ประกอบด้วย 5 ขั้นตอน ดังนี้ |
| ขั้นตอนที่ 1 Download แบบฟอร์มชุดใบสมัคร |
| ขั้นตอนที่ 2 วิธีการกรอกใบสมัคร |
| ขั้นตอนที่ 3 การชำระค่าธรรมเนียมการสมัคร |
| ขั้นตอนที่ 4 เอกสารประกอบการสมัคร |
| ขั้นตอนที่ 5 การจัดส่งใบสมัคร |
| ขั้นตอนที่ 1 Download แบบฟอร์มชุดใบสมัคร (สามารถ Download ใบสมัครได้ถึงวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2553) | |
| เอกสารนี้ต่อไปนี้ เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ใช้สำหรับการสมัครเพื่อคัดเลือก เข้าศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา ในภาคต้น ปีการศึกษา 2553 เท่านั้น | |
| ใบสมัครเพื่อคัดเลือกเข้าศึกษาต่อระดับบัณฑิตศึกษา มสธ. ภาคต้น ปีการศึกษา 2553 ประกอบด้วย | |
| 1) แบบฟอร์มชุดใบสมัคร | |
| 1.1) ระดับบัณฑิตศึกษา หลักสูตรปริญญาโท (สำหรับผู้สมัครทุกสาขาวิชา) | จำนวน 22 แผ่น |
| 1.2) ระดับบัณฑิตศึกษา หลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิต | จำนวน 19 แผ่น |
| นำ เอกสารทั้งหมด จัดเรียงตามลำดับโดยแยกเป็น 2 ชุด คือ ตามรายการข้างต้น ส่งไปที่สำนักบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช โดยส่งทางไปรษณีย์ภายในเวลาที่กำหนด (ดูวันที่ประทับตราไปรษณีย์เป็นสำคัญ) |
ลำดับที่ | รายละเอียด | จำนวนเงิน | |
| 1 | ค่าระเบียบการสมัคร | 200 | บาท |
| 2 | ค่าสมัครเพื่อคัดเลือก | 500 | บาท |
| 3 | ค่าธรรมเนียนแรกเข้า | 2,000 | บาท |
| 4 | ค่าธรรมเนียมเพื่อพัฒนาสื่อการศึกษาตลอดหลักสูตร | 1,000 | บาท |
| 5 | ค่าบำรุงมหาวิทยาลัยทุกภาคการศึกษาปกติ ภาคการศึกษาละ | 1,000 | บาท |
| 6 | ค่าบำรุงห้องสมุดทุกภาคการศึกษาปกติ | 1,000 | บาท |
| 7 | ค่าลงทะเบียนเรียน หน่วยกิตละ | 1,500 | บาท |
| 8 | ค่าวัสดุการศึกษา ชุดวิชาละ | 1,500 | บาท |
| 9 | ค่าวัสดุการศึกษา ชุดวิชาการศึกษาค้นคว้าอิสระ | 1,500 | บาท |
| 10 | ค่าวัสดุการศึกษา ชุดวิชาการศึกษาค้นคว้าอิสระของสาขาวิชาศึกษาศาสตร์ | 100 | บาท |
| 11 | ค่ารักษาสถานภาพการเป็นนักศึกษา กรณีลงพักการศึกษา ภาคการศึกษาละ | 500 | บาท |
| 12 | ค่ารักษาสถานภาพการเป็นนักศึกษา กรณีไม่ลงทะเบียนแก้สัญลัก I ในชุดวิชาวิทยานิพนธ์ และชุดวิชาการศึกษาค้นคว้าอิสระ ภาคการศึกษาละ | 2,000 | บาท |
| 13 | ค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนสถานภาพจากนักศึกษาทดลองเรียนเป็นนักศึกษาสามัญ | 500 | บาท |
| 14 | ค่าลงทะเบียนสอบวิทยานิพนธ์ ครั้งละ | 1,500 | บาท |
| 15 | ค่าลงทะเบียนสอบประมวลความรู้ ครั้งละ | 1,500 | บาท |
| 16 | ค่าธรรมเนียมในการตรวจบทคัดย่อวิทยานิพนธ์ | 300 | บาท |
| 17 | ค่าลงทะเบียนอบรมเข้มเสริมประสบการณ์มหาบัณฑิต ครั้งละ | 5,000 | บาท |
| 18 | ค่าลงทะเบียนอบรมเข้มประสบการณ์มหาบัณฑิต สาขาวิชาศึกษาศาสตร์ ครั้งละ | 9,000 | บาท |
| 19 | ค่าขึ้นทะเบียนมหาบัณฑิต | 1,000 | บาท |
| 20 | ค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนหลักสูตรหรือขอเปลี่ยนวิชาเอก ครั้งละ | 500 | บาท |
| 21 | ค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนแผนการศึกษา ครั้งละ | 500 | บาท |
| 22 | ค่าธรรมเนียมการขอโอนชุดวิชา ครั้งละ | 500 | บาท |
| 23 | ค่าธรรมเนียมการเทียบโอนความรู้ประสบการณ์ ครั้งละ | 1,000 | บาท |
| 24 | ค่าธรรมเนียมการขอเปลี่ยนที่อยู่ ครั้งละ | 100 | บาท |
| 25 | ค่าธรรมเนียมการออกบัตรประจำตัวนักศึกษา(กรณีขอทำบัตรใหม่) ฉบับละ | 100 | บาท |
| 26 | ค่าธรรมเนียมการออกใบรับรองผลการศึกษา ฉบับละ | 100 | บาท |
| 27 | ค่าธรรมเนียมการออกใบรับรองการเป็นนักศึกษา ฉบับละ | 100 | บาท |
| 28 | ค่าธรรมเนียมการออกหนังสือรับรองการศึกษาครบตรมโครงสร้างหลักสูตร ฉบับละ | 100 | บาท |
| 29 | ค่าธรรมเนียมการออกหนังสือรับรองสำเร็จการศึกษา ฉบับละ | 500 | บาท |
| 30 | ค่าธรรมเนียมการออกใบรับรองอื่นๆ ฉบับละ | 100 | บาท |
| 31 | ค่าธรรมเนียมการออกปริญญาบัตรเป็นภาษาอังกฤษ ฉบับละ | 100 | บาท |
วันอาทิตย์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2553
hilarious
Collins Thesaurus of the English Language – Complete and Unabridged 2nd Edition. 2002 © HarperCollins Publishers 1995, 2002
hilarious:hilarious[ syn: amusing; funny; lively]
- hilarious
- [ADJ]ตลกขบขัน
- hilarious[ syn: amusing; funny; lively]
Listen to pronunciation
I thought we could do with some light relief, so here are 10 funny(Hilarious) pictures I have picked up over the years. I hope you all find them as funny as I did!
From http://dic.moohin.com